อุทาหรณ์ลุงกิน "บวบ" หวังล้างสโตรก แต่ไขมันพุ่ง หมอรีบแนะนำ 3 ผัก "ดับโรค" ที่แท้จริง!

เปิดวาร์ป 3 ผักพื้นบ้าน "ล้างหลอดเลือด" คุมกรดยูริก-ลดเสี่ยงสโตรก หมอชี้ราคาถูกแถมประโยชน์ล้น
แก้ข่าวลือโซเชียล! หมอแฉอุทาหรณ์ลุงกิน "บวบ" 3 มื้อหวังล้างหลอดเลือด เจอกลุ่มพืช 3 ชนิดช่วยต้านสมดุลกรดยูริก-ลดเสี่ยงสโตรกที่แท้จริง
ไม่ต้องไปควานหาอาหารเสริมราคาแพงระยับ เพราะแค่เดินเข้าตลาดสดไทยใกล้บ้าน คุณก็สามารถเป็นเจ้าของกลุ่มพืชผักสมุนไพร 3 ชนิดที่มีสรรพคุณเด่นในการช่วย "ทำความสะอาด" หลอดเลือด ควบคุมกรดยูริก และลดความเสี่ยงต่อการเกิดโรคหลอดเลือดสมองอุดตัน (Stroke) หรืออัมพฤกษ์-อัมพาตได้ในราคาประหยัด
อุทาหรณ์สายเชื่อคลิปโซเชียล: อัดกิน "บวบ" 3 มื้อ ผลลัพธ์สุดท้ายยูริกพุ่ง-ไขมันอุดตัน
เรื่องราวนี้เริ่มมาจาก "นายหวัง" ชายวัย 58 ปี จากมณฑลกวางตุ้ง ประเทศจีน ที่หลังจากเกษียณอายุงานก็เลือกกินอาหารตามใจปากจนสภาวะร่างกายเริ่มแปรปรวน เมื่อไปตรวจร่างกายกลับพบว่า "ค่ากรดยูริกในเลือดพุ่งสูงเกินมาตรฐาน" ซึ่งเสี่ยงต่อการเป็นโรคเก๊าท์และหลอดเลือดอักเสบ
แทนที่นายหวังจะกินยารักษาตามที่แพทย์สั่ง เขากลับเปิดสมาร์ทโฟนค้นหาสูตรสมุนไพรพื้นบ้านตามคลิปสั้นในโซเชียลมีเดีย เพราะปักใจเชื่อว่าธรรมชาติต้องปลอดภัยกว่ายาเคมี จนไปเจอคลิปหนึ่งที่เคลมว่า "บวบคือยาทิพย์ช่วยกวาดล้างหลอดเลือดและป้องกันสโตรก" นายหวังจึงสั่งซื้อบวบมาปั่น เมนูต้ม เมนูผัด กินรัว ๆ วันละ 3 มื้อติดต่อกันนานถึง 2 個月
ผลลัพธ์ในการตรวจรอบถัดมาทำเอาคุณลุงถึงกับทรุด เพราะนอกจากค่ากรดยูริกจะไม่ลดลงแล้ว เขายังได้ของแถมเป็น "ภาวะไขมันในเลือดสูง" เพิ่มเข้ามาอีกด้วย เนื่องจากลุงมีความคิดสุดโต่งว่า "ในเมื่อกินบวบที่มีไฟเบอร์สูงคอยล้างหลอดเลือดแล้ว จะกินเนื้อสัตว์ติดมันเพิ่มเท่าไหร่ก็ได้เพื่อความสมดุล" ซึ่งในความเป็นจริงระบบร่างกายไม่ได้ทำงานแบบนั้น!
แพทย์ผู้ทำการรักษาได้ตักเตือนนายหวังว่า การคิดรักษาโรคเองโดยไม่พึ่งพาหลักการแพทย์ทำให้เสียเวลาทองในการรักษา ซึ่งปล่อยให้สภาวะกรดยูริกสูงลากยาวไปทำลายชั้นในของผนังหลอดเลือด กระตุ้นให้เกิดภาวะหลอดเลือดแดงแข็ง และนำไปสู่โรคหลอดเลือดสมองอุดตันในที่สุด
ความจริงจากปากแพทย์: บวบไม่ได้สลายกรดยูริก แพทย์ชี้แจงว่า คลิปโซเชียลที่เคลมว่าบวบช่วยสลายกรดยูริกนั้น "ไม่เป็นความจริง" บวบเป็นผักที่มีสารพิวรีนต่ำ (Purine) มีน้ำเยอะ และแคลอรีต่ำมาก มันจึงเหมาะเป็นอาหารทางเลือกสำหรับผู้ป่วยโรคเก๊าท์เพื่อ "จำกัดไม่ให้สารพิวรีนเข้าสู่ร่างกายเพิ่ม" แต่ตัวบวบ ไม่มีความสามารถในการขับหรือสลายกรดยูริกออกจากระบบเลือด หน้าที่การขับถ่ายและเปลี่ยนสภาพนี้เป็นของตับและไต 100% การกินบวบอย่างบ้าคลั่งจึงแฝงผลข้างเคียงและแก้ปัญหาไม่ถูกจุด
เปิดโผ 3 ผักพื้นบ้าน ดักจับยูริก-ปกป้องหลอดเลือดที่แพทย์แนะนำ
แพทย์จึงได้แนะนำให้นายหวังปรับพฤติกรรม หันมากินอาหารให้หลากหลาย ควบคุมปริมาณเนื้อสัตว์ และแนะกลุ่มพืชผัก 3 ชนิดที่มีสารพิวรีนต่ำ มีน้ำเยอะ และมีสารพฤกษเคมี (Phytochemicals) ที่ช่วยปกป้องระบบหัวใจและหลอดเลือด ซึ่งช่วยลดความดันและป้องกันลิ่มเลือดอุดตันได้อย่างแท้จริง:
1. ขึ้นฉ่าย (Celery)
ขึ้นฉ่ายฝรั่งหรือขึ้นฉ่ายไทยมีสารพิวรีนต่ำมาก ช่วยเซฟไม่ให้ร่างกายได้รับสารตั้งต้นของกรดยูริกเพิ่มขึ้น จุดเด่นของมันคืออุดมไปด้วยสารประกอบ "พทาไลด์" (Phthalides) ซึ่งมีสรรพคุณทางยาในการช่วยคลายกล้ามเนื้อเรียบที่บุอยู่รอบ ๆ หลอดเลือด ทำให้หลอดเลือดขยายตัวและส่งผลให้เลือดไหลเวียนได้สะดวกยิ่งขึ้น
-
วิธีทานให้ได้ผล: ดื่มเป็นน้ำขึ้นฉ่ายสกัดสดในตอนเช้า หรือนำไปผัดสะดุ้งไฟโดยใช้เกลือน้อยที่สุด การทานขึ้นฉ่ายอย่างเหมาะสมจะช่วยควบคุมความดันโลหิตให้คงที่ ซึ่งความดันสูงคือชนวนเหตุอันดับ 1 ของเส้นเลือดสมองแตก
2. ฟักเขียว (Winter Melon)
เมนูแกงจืดฟักเขียวร้อน ๆ คือเมนูทองคำสำหรับผู้ที่มีกรดยูริกสูง เนื่องจากเนื้อฟักเขียวประกอบไปด้วยน้ำมากกว่า 90% และแทบไม่มีสารพิวรีนอยู่เลย มันจะทำหน้าที่เป็น "สารขับปัสสาวะธรรมชาติ" ช่วยกระตุ้นระบบการกรองของไตให้เร่งขับถ่ายกรดยูริกที่ละลายน้ำให้ออกมาทางปัสสาวะได้เร็วขึ้น
-
วิธีทานให้ได้ผล: นำไปต้มหรือทำแกงจืดโดยเน้นทานทั้งน้ำและเนื้อฟักเพื่อรักษาคุณค่าของเส้นใยอาหาร (ไฟเบอร์) ซึ่งจะช่วยควบคุมน้ำหนัก ป้องกันไขมันพอกตับ และชะลอการเกาะตัวของไขมันตามผนังหลอดเลือด
3. แตงกวา (Cucumber)
แตงกวาเป็นผักราคาถูกที่มีปริมาณน้ำมหาศาล ช่วยเข้าไปเจือจางความเข้มข้นของกรดยูริกในกระแสเลือด ลดโอกาสที่กรดจะตกผลึกกลายเป็นผลึกยูเรต (Urate Crystals) ไปเกาะตามข้อต่อและผนังหลอดเลือดจนเกิดการอักเสบ นอกจากนี้ในแตงกวายังมี "กรดมาโลนิก" (Malonic Acid) ซึ่งมีส่วนช่วยยับยั้งไม่ให้ระบบเปลี่ยนสารอาหารจำพวกน้ำตาลแปรสภาพไปเป็นไขมันสะสมในร่างกาย
-
วิธีทานให้ได้ผล: ล้างทำความสะอาดให้หมดจดแล้ว "เคี้ยวทานสด ๆ ทั้งเปลือก" โดยไม่ต้องปอกเปลือกทิ้ง เพื่อให้ร่างกายได้รับกรดมาโลนิกและเส้นใยอาหารสูงสุด เมื่อระบบเผาผลาญไม่ถูกอุดตันด้วยไขมันเลว หลอดเลือดจะมีความยืดหยุ่นดีและลดโอกาสการเกิดสโตรก
บทสรุปจากแพทย์จักษุและหัวใจ
การเลือกทานผักที่มีฤทธิ์ทางยาถือเป็นก้าวแรกที่ฉลาดในการป้องกันโรค ทว่าคณะแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านหัวใจเน้นย้ำว่า "โรคหลอดเลือดสมองอุดตันไม่ได้เกิดขึ้นภายในคืนเดียว" แต่มันเป็นผลลัพธ์ของการสะสมพฤติกรรมการกินตามใจปากและการใช้ชีวิตที่ละเลยสุขภาพมานานหลายปี ดังนั้น การกินผัก 3 ชนิดนี้ควรกินแบบหมุนเวียนสลับกันไป ร่วมกับการออกกำลังกาย และเข้าตรวจสุขภาพประจำปีอย่างสม่ำเสมอ
- เปิดสูตรลับ 4 ธัญพืชฉายา "ข้าวอายุยืน" กินไปช่วยย่อย บำรุงเลือดและไต ไทยหาซื้อง่ายมาก!
- แม่ฟังแล้วทรุด ด.ช.ป่วยไตวาย หมอชี้ตัวร้ายคือ "3 สิ่ง" ที่ให้ลูกกินประจำ เป็นนักฆ่าเงียบ!

ดาวน์โหลดสนุกแอปฟรี